เกี่ยวกับสก็อตแลนด์

สก็อตแลนด์เป็นประเทศที่เล็กก็ด้วยแค่จำนวนประชากรและขนาดพื้นที่ หากแต่เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่่จนน่าทึ่งหากวัดในด้านผลงานที่ผลิตสู่ชาวโลก

ผลงานปรัชญาและแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ของชาวสก็อตในยุค Enlightenment ซึ่งนำโดยนักปรัชญาชั้นนำอย่าง เดวิด ฮูม และ อดัม สมิธ นั้นปลุกยุโรปให้ตื่นจากความหลับใหล วอลแตร์ได้กล่าวถึงสก็อตแลนด์ว่า ‘ We look to Scotland for all our ideas of civilisation ‘ ทว่า ที่น่าตะลึงคือผลงานการประดิษฐ์และคิดค้นทางวิทยาศาสตร์ของชาวสก็อตดูเหมือนจะยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน นับตั้งแต่การคิดค้นทฤษฏีแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลที่เป็นผลงานทางฟิสิกส์ที่ดีที่สุดนับจากยุคของนิวตัน การค้นคว้าทางด้านเทอร์โมไดนามิคส์ของ ลอร์ดเคลวิน (ภายหลังได้รับเกียรติให้ตั้งใช้ชื่อเป็นหน่วยอุณหภูมิ)และ แรงคิน และการพัฒนาเครื่องจักรไอน้ำของเจมส์ วัตต์ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นสำคัญให้สหราชอาณาจักรเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม และกลายเป็นเจ้าอาณานิคมในเวลาต่อมา ผลงานประดิษฐ์โทรศัพท์ โทรทัศน์ เรดาร์ การคิดค้นยาปฎิชีวนะ การพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดสมัยใหม่ การคิดค้นนวัตกรรมทางการเงินและการธนาคาร จนกระทั่งถึงการเป็นหนึ่งในผู้นำทางเทคโนโลยีชีวภาพของการสร้างแกะดอลลี่ในปัจจุบัน วินสตัน เชอร์ชิล ได้กล่าวถึงสก็อตแลนด์ไว้ว่า ในบรรดาประเทศที่มีขนาดเล็กบนโลกใบนี้ อาจจะมีแค่กรีกโบราณเท่านั้นที่มีการสร้างสรรค์ผลงานสู่มนุษยชาติมากกว่าชาวสก็อต

สก็อตแลนด์นั้นอยู่ส่วนเหนือสุดของสหราชอาณาจักร ด้วยขนาดเพียงหนึ่งในสามและประชากรเพียงหนึ่งในสิบของสหราชอาณาจักร เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่ศูนย์กลางทางการเงินและการท่องเที่ยวอันดับสองและสามของ UK คือเอดินเบอระและกลาสโกว์ ซึ่งทั้งคู่เป็นเมืองในสก็อตแลนด์ และยังมีเมืองอเบอร์ดีนที่เป็นศูนย์กลางการค้าน้ำมันของยุโรปโดยเป็นจุดเชื่อมต่อกับทะเลเหนือ มีเมืองดันดีที่เป็นเมืองทางด้านเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป มีเมืองสเตอร์ลิงที่เป็นเมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่และงดงาม และมีไฮแลนด์ที่เป็นดินแดนทะเลสาบภูเขาอันกว้างใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยที่สุดในบริเทน

เกี่ยวกับสก็อตแลนด์

สก็อตแลนด์ เป็นชาติที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่าภูมิใจ เป็นหนึ่งในสี่ของชาติที่ประกอบกันขึ้นเป็นสหราชอาณาจักร

หลักฐานพบว่าดินแดนแห่งนี้มีผู้อยู่อาศัยครั้งแรกเมื่อราวพันปีก่อน สก็อตแลนด์ถูกกล่าวถึงครั้งแรกโดยบันทึกของชาวโรมันที่ได้ปกครองดินแดนที่เป็นอังกฤษและเวลส์ในปัจจุบัน แต่ไม่สามารถรุกคืบไปถึงสก็อตแลนด์ได้

สก็อตแลนด์มีความสัมพันธ์ที่ยาวนานและซับซ้อนกับอังกฤษ หลายๆท่านคงได้รับรู้เรื่องราวส่วนหนึ่งของสก็อตแลนด์จากภาพยนต์ Braveheart ซึ่งเป็นตอนที่อังกฤษกำลังมีอิทธิพลเหนือสก็อตแลนด์ และจบลงด้วยชัยชนะของโรเบิร์ต เดอะ บรูซ ที่กลายเป็นกษัตริย์สก็อตในเวลาต่อมา รูปปั้นของโรเบิร์ต เดอะ บรูซ ได้รับการประดิษฐสถานไว้หน้าปราสาทเอดินเบอระคู่กับรูปปั้นของ วิลเลียม วอลเลซ วีรบุรุษผู้กล้าหาญของชาวสก็อต

ขณะที่หลายคนมักจะเข้าใจว่าสก็อตแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของอังกฤษหรือปกครองโดยอังกฤษ แต่ข้อเท็จจริงกลับเป็นว่ากษัตริย์องค์แรกที่ได้ปกครองทั้งอังกฤษและสก็อตแลนด์นั้นกลับกลายเป็นกษัตริย์สก็อต การปกครองทั้งสองประเทศโดยกษัตริย์องค์เดียวกันนี้เรียกว่า Union of Crowns ทว่าทั้งสองประเทศนั้นยังมีรัฐบาลบริหารประเทศเป็นของตนเองอยู่จนกระทั่งในปี 1707 ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจและการเมือง ทั้งสองประเทศจึงได้ตกลงออก Acts of Union เพื่อรวมการบริหารประเทศ

เมืองสำคัญในสก็อตแลนด์

เมืองมรดกโลกและเมืองหลวงของสก็อตแลนด์คือ เมืองเอดินเบอระ ซึ่งเป็นเมืองประวัติศาสตร์อันน่าตื่นตะลึง และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากเป็นอันดับสองรองจากลอนดอน

โดยเอดินเบอระนั้นมีชื่อเสียงอย่างมากในด้านความสวยงาม ด้านเทศกาลเฟสติวัลประจำปี และในด้านความครึกครื้นรวมถึงความมีมิตรไมตรีของชาวเมือง ทว่า เมืองที่ใหญ่ที่สุดในสก็อตแลนด์กลับกลายเป็น เมืองกลาสโกว์ เมืองอุตสาหกรรมและท่าเรือสำคัญที่มีภูมิหลังอันน่าทึ่ง นับตั้งแต่อดีตอันรุ่งโรจน์ที่กลาสโกว์เป็นศูนย์กลางการต่อเรือ และได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองสำคัญอันดับสองของจักรภพบริเทนต่อจากลอนดอน จนกระทั่งปัจจุบันที่มีสถานะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของสก็อตแลนด์

เมืองอเบอร์ดีน เป็นเมืองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของสก็อตแลนด์และเป็นเมืองที่มีความสำคัญต่อเศรษกิจในฐานะเมืองท่าการค้าและการประมงที่สำคัญ นอกจากนี้หลังจากที่มีการค้นพบน้ำมันในทะเลเหนือช่วงทศวรรษ 1970 ทำให้อเบอร์ดีนกลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมน้ำมันที่ได้ชื่อว่า “Oil Capial” ของยุโรป ; เมืองสเตอร์ลิง ได้รับการขนานนามว่าเป็น “หัวเข็มขัด” ของสก็อตแลนด์ เนื่องจากตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ควบคุมเส้นทางติดต่อระหว่างเมืองทางใต้กับที่ราบสูงทางเหนือ จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นที่ตั้งของสถาบันกษัตริย์ รวมทั้งเป็นศูนย์รวมนักคิดจำนวนมากจากทั่วทั้งยุโรป ในปัจจุบันก็ยังเป็นศูนย์กลางการปกครอง การค้าปลีก อุตสาหกรรมขนาดย่อม และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ; เมืองดันดี   ในอดีตมีชื่อเสียงทางอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น การผลิตปอ แยม การตีพิมพ์หนังสือ สำหรับในปัจจุบันเป็นแหล่งอุตสาหกรรมดิจิตอลที่สำคัญแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักร และยังเป็นศูนย์รวมการวิจัยด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์การแพทย์ ; เมืองอินเวอร์เนส  เมืองใหญ่ในบริเวณไฮแลนด์ เป็นเมืองที่มีอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปตะวันตกและเป็นเมืงที่ได้รับการยกย่องมากในด้านคุณภาพชีวิตของประชากร

 

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับสก็อตแลนด์

ที่ตั้ง:ตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรป
ขนาด:30,086 ตารางไมล์
ประชากร:5,062,011
เมืองหลวง:เอดินเบอระ
ภาษาที่ใช้:อังกฤษ
สกุลเงิน:ปอนด์ สเตอร์ลิง (GBP) (£)
รหัสโทรศัพท์:+44
เขตเวลา:GMT
กระแสไฟฟ้า:240 โวลต์ AC, 50 Hz, ปล้ั๊ก 3 ขาแบบ UK
สนามบินที่สำคัญ:สนามบินนานาชาติกลาสโกว์ สนามบินเพรสวิค-กลาสโกว์ สนามบินเอดินเบอระ สนามบินอเบอร์ดีน สนามบินดันดี สนามบินอินเวอร์เนส

ภูมิอากาศในสก็อตแลนด์

มักจะมีความเข้าใจผิดอยู่เสมอว่าสก็อตแลนด์มีความหนาวเย็นกว่าอังกฤษเป็นอย่างมาก อันที่จริงแล้ว อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีของสก็อตแลนด์นั้นต่ำกว่าลอนดอนเพียงประมาณ 2 องศา อย่างไรก็ตาม บริเวณไฮแลนด์ที่อยู่ทางเหนือของสก็อตแลนด์นั้นจะเป็นพื้นที่โล่งและมีลมพัดแรง จึงหนาวเย็นกว่าส่วนอื่นๆค่อนข้างมาก

สก็อตแลนด์ตั้งอยู่ส่วนเหนือของทวีปจึงทำให้ฤดูร้อนและหนาวมีแสงแดดแตกต่างกันค่อนข้างมาก ในช่วงหน้าร้อนดวงอาทิตย์จะส่องแสงได้ถึง 3-4 ทุ่ม ฤดูนี้จะเป็นช่วงที่ชาวสก็อตคึกคักเป็นอย่างมากและใช้เวลาเพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยว การนั่งตากแดดรับบรรยากาศในสวน และการสนุกสนานไปกับงานเทศกาลต่างๆ

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้น ใบไม้ผลิสีเป็นสีเหลือง ส้ม แดง เป็นทัศนียภาพที่งดงามมาก ผู้คนจะนิยมไปท่องเที่ยวตามสวนพฤกษชาติต่างๆเพื่อเก็บภาพและความทรงจำที่สวยงามกลับมา

 

เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆในยุโรปส่วนใหญ่ ฤดูหนาวของสก็อตแลนด์ เป็นช่วงเวลาที่ครอบคลุมไปด้วยบรรยากาศแห่งความเงียบเหงาเป็นบางครั้ง เนื่องจากดวงอาทิตย์ส่องแสงน้อยมาก อย่างไรก็ตาม หากปกคลุมร่างกายให้มิดชิดด้วยเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมแล้ว ฤดูหนาวก็อาจจะเป็นช่วงเวลาช็อปปิ้งที่สนุกสนาน โดยเฉพาะช่วงหลังเทศกาลคริสต์มาสที่ร้านค้าต่างๆนำของมาลดราคาอย่างมโหฬาร ยิ่งกว่านั้น นักท่องเที่ยวยังสามารถเล่นสกีได้ในรีสอร์ท หลายๆแห่งทางเหนือของสก็อตแลนด์

ฤดูใบไม้ผลิจะเป็นฤดูที่ชาวสก็อตเริ่มออกมาคึกคักกันอีกครั้ง หลังจากหยุดพักไปในช่วงฤดูหนาว ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ดอกไม้เริ่มบาน และแข่งสีกันราวกับจะแย่งกันดึงดูดนักท่องเที่ยว ผู้คนเริ่มออกไปสูดอากาศและพักผ่อนตามสวนสาธารณะ เพื่อต้อนรับแสงแดดที่กลับมาอีกครั้งหนึ่ง