09 ก.ย. 2010, 18:58:56 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน ระยะเวลาในการล็อกอิน
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่เว็บบอร์ดใหม่! สามารถเข้าเว็บบอร์ดเก่าได้ที่นี่ http://www.mcducation.org/th/board.php?list_type=all
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


 
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ตอบ  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จัดกะเป๋าไป Aberdeeeen จ้าาา..  (อ่าน 673 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ฮะหยุย
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 23 ก.พ. 2010, 04:27:36 »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง แก้ไขข้อความแก้ไข

เครื่องแต่งกาย

เสื้อกันหนาวว (ทุกแบบทุกสไตล์) ที่ปิดหู ถุงมือ หมวก ผ้าพันคอ เลกกิ้ง ถุงน่อง  ถุงเท้า
ซื้อเอาที่นี่ดีกว่าค่ะ ตั้งแต่ระดับธรรมดา(แต่ทุกคนใส่กัน) จากร้าน Primark ไปจนถึงร้านดังไฮโซ Mark & Spencer, H&M, Newlook, Next, Topshop, TK Maxx, Zara (ส่วนใหญ่ก็รอลดราคา)
ได้สไตล์ด้วย สีสันก็มากมาย แบบญี่ปุ่นเกาหลีก็ใส่ได้นะคะ ไม่เชยหรือแปลกอะไร (คิดว่าเป็นเสน่ห์ของชาวเอเชียซะมากกว่าอีก อิอิ) ลายแบบแขกๆ ลายสก๊อต ก็ใส่กันทั้งเมืองเรยย (ถ้ามาเรียนช่วงเดือนกันยา เตรียมเอามาใส่กันหนาวไว้ซักตัวเดียวก็พอค่ะ เพราว่ายังไม่หนาวมาก และพอมาถึงก็ช็อปปิ้งทันทีอยู่แร้ว อิอิ, ส่วนถ้ามาเรียนเดือนมกรา นี่ต้องเตรียมอย่างหนามาเรย เพราว่าหนาวมากกๆ แต่ก็เหมือนกันค่ะ มาถึงก็ช้อปปิ้งเรยอยู่แร้ว เนอะ)

ชั้นในนี่ แนะนำว่าน่าจะเตรียมมาเรย หะหะ
เสื้อในที่นี่ (เท่าที่เห็น) ไซส์ใหญ่มากกกกกก (อาจใช้สวมเป็นหมวกได้)
กางเกงใน หาซื้อได้นะคะ Mark & Spencer ก็มีขายแบบเป็นแพคๆ สี่ตัว หกตัว ไรงี้ ไม่แพงเรย
ลองจอนกันหนาวข้างในนี่ เอามาด้วยซักสองสามชุดก็ดีค่ะ ผ้าดีๆ หนาๆ ยืดๆ ทนๆ ก็แพงเหมือนกัน (หน้าร้อน ก็พอได้นะคะ แต่ว่าพอหน้าหนาวเดือนพฤศจิ ถึง เมษานี่ก็ใส่ลองจอนทุกวัน เพรว่า กางเกงยีนส์ตัวเดียวเอาไม่อยู่ )
ชุดนอน ไม่ต้องเอามาก็ได้ค่ะ หะหะ ซื้อเอาที่นี่ ถูกๆ สวยๆ ผ้านิ่มๆ ลวดลายน่ารักมากมาย (รวมไปถึงรองเท้าที่ใส่ในบ้านด้วยค่ะ น่ารักทั้งน๊านนนเรยยยย)
ส่วนพี่ๆ น้องๆ ผู้ชายนี่ก็ไม่ค่อยแน่ใจนะคะ หะหะ แต่ก็หาไม่ยากหรอกค่ะ

รองเท้าผ้าใบก็ขอให้พื้นรองเท้าเป็นยางพารานะคะ มันช่วยกันลื่นได้ (ช่วงที่หิมะละลายนี่เดินไม่ได้เรยจิงๆ)
แต่จะแบบธรรมดาก็ได้นะคะ แล้วแต่ชอบเรย จะมาซื้อที่นี่ก็ได้ Sport Direct เค้าก็ลดราคาตลอด เหลือ 15 20 30 ปอนด์ไรงี้

รองเท้าบู๊ต ถ้าจะซื้อมาก็ขอให้เลือกพื้นที่ทนมากๆนะคะ เพราว่าถนนที่นี่เป็นหินแกรนิต เดินสองทีส้นสึกถึงตะปูเรย  แต่ถ้าจะมาซื้อที่นี่ก็ได้ค่ะ ก็ไม่แพง เป็นหนัง เป็นกำมะหยี่ เยอะแยะเรย ประมาณ 20-100 ปอนด์ขึ้นไปค่ะ แล้วแต่วัสดุ (นี่ก็ซื้อแบบ 20 ปอนด์มาใส่ พังไปสองคู่แล้ว ตอนนี้ใช้แบบ 75 ปอนด์ของ Next อยู่ค่ะ สวยและทน พื้นเป็นยางพาราด้วย ส้นตึกด้วย เมื่อยบ้างแต่งาม)
นิดนึง คือว่า อากาศหนาว บางทีต้องใส่ถุงเท้า 2-3 ชั้นนะคะ รองเท้าก็ควรจะให้ใหญ่กว่าเท้านิดนึงค่ะ

รองเท้าคัชชู เห็นจะมีให้ใส่ได้สองงานค่ะ คืองานรับปริญญากะงานปาร์ตี้ อิอิ (ผับบางที่ต้องใส่คัชชูเท่านั้น) ที่เอามานี่ ยังไม่ได้ใช้เรย (กัวส้นพังด้วย)

รองเท้าแตะ เอามาไว้ใช้ในครัว ใช้เวลาไปเที่ยวเมืองอื่น ไรงี้ได้ค่ะ แต่ว่าถ้าแบบหนีบอาจจะไม่สะดวก เพราว่าต้องใส่ถุงเท้าอยู่บ่อยๆ นะคะ

ต้มหู สร้อย กำไล แหวน ยางรัดผม คาดผม กระเป๋าสะพายใบเล็กใบใหญ่
แนะนำว่าไม่ต้องซื้อมาเยอะ เอาแค่อันที่ชอบติดมาเผื่อไว้ เพราว่ามาที่นี่แล้ว ก็ต้องอยากซื้ออีกอยู่ดี สวยๆท๊างน๊านน สีสันสดใส โบว์ๆ ดอกๆ ใหญ่ๆ เพียบ แบบเป็นโหลๆ ราคาย่อมเยาว์เหมือนตลาดนัดก็มีขายนะคะ ไม่แพงๆ (มีร้าน Accessory ด้วยค่ะ)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ฮะหยุย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 23 ก.พ. 2010, 04:30:53 »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง แก้ไขข้อความแก้ไข

ข้าวของเครื่องใช้

ยา, วิตามินต่างๆ ซื้อเตรียมมาเลยนะคะ เพรว่าจะซื้อยาที่นี่ ต้องมีใบสั่งยา
ขอแนะนำยาธาตุน้ำขาว, พารา, วิตามินเอบำรุงสายตา(ดูแต่คอมกะหนังสือ), วิตามินซีกะฟ้าทลายโจรป้องกันหวัด, ยาแก้ไอ, ยาลดน้ำมูก, ยาดม, ยาหม่อง, เค้าเตอร์เพน
ยากันยุงเนี่ยไม่ต้องเรยนะคะ (ไม่มียุงซ๊ากตัวเดียว นี่ก็แบกมาตั้งสองขวด)

คอนแทกเลนส์ ก็เอามาเรยค่ะ ถ้าจะซื้อที่นี่ ก็ดูยุ่งยากเหมือนกัน
ใครใส่ตาโต ก็ใส่มาเรยนะคะ อิอิ ที่นี่ไม่ค่อยมีคนใส่เรยอ่ะ (เสียดายเอาแบบธรรมดามา แถมซื้อมาตั้งหกกล่อง เอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยได้ใส่ นี่เหลือตั้งเยอะแหนะ)
ส่วนน้ำยาล้างคอนแทกเลนส์ก็มีขายค่ะ ยาหยอดตาก็มี ซื้อได้ ไม่ต้องมีใบสั่งยา แต่ว่าก็คงแพงกว่าที่ไทย ประมาณ 5 เท่านะคะ http://www.boots.com/en/Pharmacy-Health/Eyecare/Contact-Lens-Solutions/Soft-Contact-Lens-Solution/ ตอนที่มาก็แบกมาเพียบ หนักมากกก คิดว่า เอามาซักสองขวด แล้วนอกนั้นก็ซื้อเอาดีกว่าค่ะ (ที่นี่ลมแรงมาก แต่แปลก ตาไม่ค่อยแห้งเหมือนเมืองไทยเรย)

แว่นตา นี่ตัดมาให้เรียบร้อยเลยนะคะ ที่นี่ แพง มากๆ ถึงขนาดว่า ถ้าแว่นเจ๊ง ก็บอกสายตาไปให้ที่บ้านจัดส่งมาให้ใหม่จะคุ้มกว่ามาก (ส่วนแว่นกันแดด จะเอามาก็ได้ค่ะ ได้ใช้อยู่)

หม้อหุงข้าว กาต้มน้ำ เอามาก็ได้นะคะ แต่ถ้าจะไม่เอามา ก็หาซื้อไม่ยาก

กล่องใส่อาหารขนาดต่างๆ กับ กระติกน้ำร้อน สำคัญนะคะ เอาไว้ใช้เวลาทำปิ่นโตไปทานระหว่างอ่านหนังสือที่มหาลัย (เสียงท้องชอบร้องในห้องสมุดอยู่เรื่อย) หาซื้อที่นี่ไม่ยากค่ะ แต่เหมือนจะแพงนิดหน่อย

ถุงน้ำร้อน ไม่ต้องก็ได้นะคะ (มาซื้อที่นี่เอา เค้าทำแบบ ใส่อยู่ข้างในตุ๊กตาหมี เอาไว้กอดตอนนอนอ่ะ น่ารักมากเรย)

ผ้าอนามัย จะเอามาก็ได้นะคะ แต่ที่นี่ก็มีขายค่ะแต่รู้สึกว่ามันจะบางกว่าของไทยเราซะหน่อย หะหะ (ไม่ได้มีแต่แบบสอดนะ อย่าตกใจ)

ไดร์เป่าผม เอามาด้วยดีกว่า เพราว่าที่นี่มีขายแต่อันใหญ่ๆอ่ะ

ที่รีดผมตรง อันนี้ไม่ต้องเอามา ไว้มาซื้อที่นี่ หะหะ Sassoon ก็ประมาณ 15 ปอนด์ (มีลดราคาบ่อยๆ ค่ะ)

กระเป๋าเป้ หนึ่งใบ ไว้ใช้ใส่หนังสือ,โน๊ตบุค ไปมหาลัยได้ ไว้ใส่เสื้อผ้าไปเที่ยวเมืองอื่นได้
กระเป๋าลากมีล้อ ใบย่อมเยา สะดวกๆ หนึ่งใบ ไว้ไปเที่ยวอีกเหมือนกัน อิอิอิ

ถุงใส่เหรียญ ถ้ามีน่ารักๆ ติดมาก็ได้นะคะ ใช้เหรียญกันซะเยอะ ตู้น้ำทั้งหลาย รถเมล์ หยอดแร้วไม่ทอนทั้งนั้น



ของกิน

ที่มีขายเยอะแยะ คือ มันฝรั่งทอดกรอบ ทอฟฟี่ หมากฝรั่ง ชอกโกแลต แครกเกอร์ คุกกี้ เค้ก คัสตาร์ด โยเกิร์ด ชา กาแฟ ขนมปังจืดๆ นิ่มบ้างแข็งมากบ้าง
ที่นี่ ไม่มีขายทาโร่เลย ไม่มีสาหร่ายซิลิโกะ ไม่มีปอกกี้

เค้าห้ามเอาหมูเข้าประเทศนะคะ หมูหยอง หมูแผ่น ไรงี้ ไม่ได้ (น้องหมาอาจจะดมเจอหรือเค้าอาจจะสุ่มตรวจอ่ะคะ) แต่ว่า ถ้าส่งพัสดุใส่กล่องมานี่ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนะคะ (ราคาตอนปี 2009 ก็ 1,500 Kg = 1,100 b)

ใครที่ทำอาหารไม่เป็น อย่าเพิ่งชะล่าใจนะคะ
เอาผงสำเร็จรูปมาด้วย โลโบ้ อร่อยชัวร์ อะไรงี้อ่ะค่ะ อาจจะรวมไปถึงเครื่องแกง พริกแดง ต่างๆ นานา ก็ได้นะคะ
เพรว่า ถ้ามาแล้วไม่ทำกินเอง มันก็จะเปลืองมาก (ส่วนใหญ่ไปซื้อทาน ก็เป็น Fish & chip หรือ ขนมปังแข็งๆ ใส่ผัก ไส้กรอก งี้อ่ะค่ะ ไม่อร่อย แพง แถมอ้วนด้วยอ่ะ)

ที่นี่มีร้านจีนค่ะ ขายตั้งแต่ผักชี หัวหอม กระชาย ขิงข่า อาหารทะเลแช่แข็ง กุ้ง ปลาหมึก ปลา หอยแมลงภู่ หอยเชลล์ หอยลาย ลูกชิ้น ขนมจีบ ซาลาเปา ฮะเก๋า เก็กฮวยผง ขิงผง บ๊วยจีน มาม่าหลากรส (ห่อละ 0.29 ปอนด์) เส้นหมี่เส้นเล็กวุ้นเส้นเส้นขนมจีน เครื่องแกง น้ำพริก ซุปก้อน ผงปรุงอาหาร น้ำปลาตราปลาหมึก ซอสหอยนางรม ซีอิ้วขาวดำหวาน น้ำจิ้มสุกี้ น้ำจิ้มทะเล ซอสพริก น้ำจิ้มไก่ ข้าวสวยไทย ข้าวเหนียวไทยญี่ปุ่น มากมาย ราคาก็คือแพงกว่าที่ไทย ประมาณ 3 เท่าค่ะ


ของที่ระลึก

ขอแนะนำว่า ถ้าจะเป็นเนคไทหรือผ้าพันคอที่เป็นผ้าไหม ก็ขอให้เป็น Silk 100% ไปเรยนะคะ (ที่นี่เค้าก็มีขายค่ะ อายจัง) เรียนสี่วิชา ก็อาจจะมีอาจารย์ประจำวิชา 4-6 คนค่ะ ตอนเรียนภาษา ก็มีประมาณ 2-3 คน
ที่มานี่ ก็เอาพวงกุญแจรูปช้างเป็นเซรามิค เล็กๆ มาให้เพื่อนๆ เจ้าหน้าที่ อะไรงี้ หะหะ ทางสะดวก เพื่อนรักเพื่อนหลงเรย

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
กานต์
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 24 ก.พ. 2010, 21:38:58 »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง แก้ไขข้อความแก้ไข

ขอบคุณมากค่ะ เป็นประโยชน์มากๆ เลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
cacao
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: 18 เม.ย. 2010, 03:10:57 »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง แก้ไขข้อความแก้ไข

เสื้อผ้าที่ใส่ประจำวันโดยรวมๆ (เสื้อ กระโปรง กางเกง)ควรเอารวมๆ ประมาณไหนดีคะ กะไม่ค่อยถูกเลยค่ะ  ฮืม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nan
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 21 เม.ย. 2010, 13:59:02 »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง แก้ไขข้อความแก้ไข

  ได้  offer มาแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ  อยากรู้ว่า  Aberdeen  ภาพรวมๆ ดีไหมคะ    เรียน ป.โท  บางคนก้อว่า โอ แต่หลายคนก้อบอกว่า ไม่เท่าไหร่  

เลยไม่รู้ว่า จะตัดสินใจอย่างไรดี   อยู่ที่โน่น  หนาวมากไหมคะ  พอทนไหว  เมืองจริงๆ น่าอยู่หรือป่าวคะ  อ้อ  ค่าใช้จ่ายแพงไหมคะ  ขอข้อมูลหน่อยหนะคะ  จะได้ตัดสินใจซักที

อยากไปแล้ว  แต่ก้ออยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุด  จากข้อมูลต่างๆ  
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ฮะหยุย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: 01 พ.ค. 2010, 07:00:41 »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง แก้ไขข้อความแก้ไข

จริงๆแล้ว เสื้อผ้า ไม่ต้องเอามาเยอะค่ะ.. เพราว่าที่นี่มีขายทุกอย่างจริงๆ แบบถูก แบบแพ็คสามชิ้น หกชิ้น หรือแบบคุณภาพดีก็มีให้เลือกมากมาย.. ราคาเท่าๆกะไทยเรยค่ะ
ที่เอามาและได้ใช้จริงๆ ก็จะเป็นยีนส์(ผ้ายืด) และก็เสื้อชั้นในค่ะ.. (ที่นี่เค้าเต้าใหญ่กันจริงๆ ส่วนเต้าเล็กๆเค้าก็มีแต่ว่ามันห่างๆกันอ่ะ -_-!)
นี่เอายีนส์มาห้าตัวคิดว่ามากไป.. เรยไม่อยากซื้อใหม่เรย หะหะหะ

จริงๆ ก็ง่ายๆนะคะ.. ใส่เสื้อยืดทุกวันก็ได้ มาหาซื้อแจ๊คเก็ตเท่ๆ แบบผ้า หรือหนัง แล้วแต่ตีมแต่ละวัน สวมทับเข้าไป ก็เริดแร้ว
กระโปรงได้ใส่บ้าง คือในหน้าร้อน ช่วงที่มาเรียนภาษาก็ใส่ได้ค่ะ.. นอกนั้น บางทีต้องใส่ยีนส์ตลอด หรือไม่ก็เลคกิ้งทับถุงน่องแล้วแต่ แบบนี้ ถ้าได้กระโปรงผ้าบางๆ สั้นๆ พริ้วๆ สวมทับ ใส่กับเสื้อคลุมตัวยาวๆ ก็น่ารักมากเรย :> (กระโปรงพวกนี้ก็หาซื้อได้ค่ะ.. แบบคุณภาพไม่ต้องดีมาก ราคาตัวละประมาณ 6 ปอนด์)

ขอสรุปนิดนึง.. เสื้อยืด แขนสั้น (ไว้ใส่ข้างใน ไม่ก็สวมทับเสื้อแขนยาว) สองตัว, เสื้อแขนยาว(อาจคอเต่า) สองตัว, กางเกงยีนส์(ผ้ายืด ถ้าสีไม่ตกได้จะดีมาก) สามตัว, กระโปรงสั้นๆ บางเบา สองตัว กระโปรงยีนส์ ตัวเดียวพอ, ชุดสูท ไม่ต้องเอามาเรย (มารอ Next ลดราคาเอง จาก 75 เหลือ 7 ปอนด์..เรื่องจิงเรย) แต่ก็ไม่ได้ใส่เรยค่ะ, เสื้อเชิ๊ตซักตัว เอาไว้ใส่เวลาพบอาจารย์ก็ดูเหมาะุสม, เสื้่อชั้นใน ตามสะดวก แต่ กางเกงชั้นในนี่ ไม่ต้องมากค่ะ.. มาหาซื้อที่นี่ได้ คุณภาพดี ก็ประมาณ 3 ปอนด์, ผ้าพันคอ สองผืนแบบปิ๊งๆ พอค่ะ (ที่นี่เยอะมากก), ที่ปิดหู ไม่ต้องเตรียมมา, ถุงเท้า ซักครึ่งโหลก็ได้ค่ะ, เลกกิ้งลองจอน นิดหน่อยก็พอ (ที่นี่ซื้อง่ายราคาถูกหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะขายาวเกินขาเรา หะหะหะ), เสื้อกันหนาว แทบไม่ต้องเตรียมมาเลย แต่เพื่อความอุ่นใจจะจัดมาซักตัวสองตัวก็ได้ค่ะ.. (ช่วงเรียนภาษาใส่เสื้อยืดสองตัว ผ้าพันคอผืนนึง ก็อยู่แล้ว) ที่นี่มี Zara ด้วยค่ะ.. คาดิแกนเพรียบบบ.. ลดแล้วเหลือ 10 ปอนด์ได้อยู่, ชุดนอนชุดเดียวพอ, ผ้าเช็ดตัวผืน สองผืน, ผ้าเช็ดผมซักสองสามผืนก็ดีค่ะ, .. เสื่้อผ้าก็คงประมาณนี้ค่ะ

อยากเช็คราคาเครื่องใช้ เข้าไปที่เว็บไซด์เค้าได้เรยนะคะ ร้าน Primark ของถูกและเยอะอย่างแรง.. เว็บไซค์เรยไม่ค่อยมีไร.. นอกนั้นก็เข้าเว็บของร้าน H&M, Mark & Spencer, Dorothy Perkins, Next, Topshop (ของเค้าสวยคุ้มราคาเจรงๆ)... นั่นหล่ะค่ะ

ส่วนเรื่องทางด้านวิชาการ การเรียนการสอน
นักเรียนที่มาเรียนที่นี่ ทุกๆคณะ ส่วนใหญ่ก็มุ่งตรงเรยค่ะ.. บางคณะมีที่นี่ที่เดียว.. เรียกได้ว่า เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการเรียนจริงๆ
ส่วนเรียนกฎหมายที่นี่.. พูดไม่ถูกเหมือนกันว่าดีรึเปล่า ไม่รู้ว่าจะเทียบจากอะไร.. แต่ก็ดูทุกคน(คนไทย)เครียดๆกันนะคะ..
ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ต้องส่งเอสเส หรือ ช่วงเตรียมสอบ.. ก็ดูจริงจังกันมาก..
โดยส่วนตัวแล้ว.. ก็รู้สึกดีใจมาก ที่ได้มาเรียนที่นี่นะ.. หลักสูตรก็โอเค.. การเรียนก็ไม่ได้เบามากหรือหนักมาก.. ห้องสมุดก็โอเค (อาจจะเล็กและหนังสือน้อย แต่ส่วนใหญ่ก็ค้นคว้าผ่านทาง e-book หรือ e-journal) กิจกรรมก็มีให้ร่วมอยู่บ่อยๆ ทั้งจากมหาลัยจัด หรือ เมืองจัด รวมทั้งพี่ๆคนไทยที่มาเรียนเอก(อยู่กันหลายปี) ก็นัดสังสรรค์บ้าง พากันไปทำบุญที่เอดินเบอร๋กบ้าง เที่ยวเล่นสกีหรือไปเมืองต่างๆ กันบ้าง (อบอุ่นดีค่ะ)

อากาศจริงๆแล้ว ก็ไม่ได้หนาวมากไปกว่า ลอนดอนเลย.. มาที่นี่ก็ต้องเช็คสภาพอากาศทุกวันนะคะ.. ส่วนใหญ่แม่น ลองเช็คเล่นๆดูก็ได้
http://weather.uk.msn.com/local.aspx?wealocations=wc:UKXX0001
http://news.bbc.co.uk/weather/forecast/14/

ค่าใช้จ่าย.. ก็ไม่รู้สึกว่าแพงมากนะคะ.. ไปซุปเปอร์ซื้อผักๆเนื้อๆขนมๆ ทีนึงก็ประมาณ 15 ปอนด์ ไว้สำหรับ 1 สัปดาห์
ทาน Subway ก็ 4-6 ปอนด์, ทาน Fish & Chips ตามร้านในเมือง ก็ราคาประมาณเดียวกันค่ะ..
(จะหมดไปกะความยั้งใจไม่ได้ ซื้อเสื้อผ้ารองเท้ากะเป๋าหมวกแว่นตาผ้าพันคอชุดนอนอะไรสวยๆงามๆซะเยอะ หะหะหะ)
ค่าที่พัก.. อยู่หอ King Street Exchange ปี 2009 นี่ก็ตก 104/ week ถ้าหอ Meal Market ก็ 117/week ค่ะ..
(อยู่เมืองอื่นก็ถูกกว่านี้นิดหน่อยไม่เกินสิบปอนด์ ถ้าลอนดอนก็ 170/week เรยอ่ะ)
ตั๋วรถเมล์ราคานักเรียน 2.60 ปอนด์ ใช้ได้หนึ่งวัน.. ไม่ก็เที่ยวเดียว ก็ 1.5 ปอนด์ค่ะ..
(ที่เอดินเบอร์ก เที่ยวเดียว 1.2 ปอนด์อ่ะ.. )

ขออภัยที่เข้ามาตอบช้านะคะ.. มันไม่ส่งเมลล์ไปบอกอ่ะว่ามีคนมาตอบ..
ก็ถ้ามีอะไรเร่งด่วนยังไงก็ติดต่อทางเมลล์ได้นะคะ nicespeech23@hotmail.com
ถ้าพอจะให้ข้อมูลได้ ก็ยินดีค่ะ :>
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
PAE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 23:55:15 »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง แก้ไขข้อความแก้ไข

สาระดีมากๆเลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ฮะหยุย
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: 28 พ.ค. 2010, 19:00:05 »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง แก้ไขข้อความแก้ไข

1. เรื่องวีซ่า
 
จะออกให้เกินช่วงเรียนภาษาไปซักแค่เดือนหรือสองเดือนค่ะ.. ไม่มีปัญหา เพราว่าทางมหาลัยจะดูแลช่วงนี้เป้นอย่างดี จะมีฝ่ายนึงโดยเฉพาะ ให้ความรุ้ นัดเจอ ตรวจเอกสารให้
เดี๋ยวนี้ต่อวีซ่าทำได้ที่อะเบอร์ดีนเรยค่ะ ตอนปีหยุยต้องไปทำที่กราสโกว ก็เสียเวลาไปสองวันสามวัน
ใช้เวลาในการทำประมาณ สองถึงสามเดือนค่ะ ต้องส่งพาสปอร์ตตัวจริงไปด้วย เพราฉะนั้นช่วงนั้นก็จะไม่สามารถออกนอกประเทศได้ค่ะ
ก็ไม่เปนไรค่ะ ช่วงคริสมาสไปช้อปปิ้งลดกระหน่ำกันได้ไม่มีปัญหา จะลอนดอน เอดิน หรือที่อะเบอร์ดีนก็มากมายค่ะ ไปได้หมด ^^

2.  เรื่องเรียน pre
 
เรื่องเรียนภาษา จะบอกว่าง่ายก็ไม่ง่ายค่ะ เค้าค่อนข้างจริงจัง.. จึงได้ประโยชน์มาก ห้องเรียนนึงก็ประมาณยี่สิบคนได้ค่ะ ไม่ซีเรียสถึงขนาดว่าเรียกตอบอะไรที่ยากๆ
แต่ก็อาจจะเรียกตอบบ้างว่าคำตอบที่คุณคิดคืออะไร อะไรประมาณนี้.. ส่วนใหญ่นักเรียนกม.จะเรียนห้องเดียวกันค่ะ เพรว่า เวลาสอบวัดผล นักเรียนกม.ก็จะสอบข้อสอบ Reading กม.โดยเฉพาะ ดังนั้นในห้องเรียนนี้ก็จะมีนักเรียนกม. กับ พวกที่เรียนภาษาโดยตรง ส่วนใหญ่เป้นคนไทย กะ จีน (ตรงนี้แอบอิจฉานักเรียนคณะอื่นค่ะ.. เพราว่าจะเจอเพือนๆหลายหลายคณะมาก และก็หลายเชื้อชาติด้วยค่ะ) ส่วนนักเรียนไนจีเรียนี่เค้าเก่งภาษากันเรียบร้อยแล้วค่ะ.. เพราะฉะนั้นในชั้นเรียนภาษาจะเจอไนจีเรียและนักเรียนจากยุโรปได้ในคอสเรียนฟรี 4 weeks ค่ะ แต่ได้ยินแว่วๆ ว่าคอสนี้เค้าปิดไปแร้ว รึเป่า?

สำหรับคอสภาษาของหยุย(กม.) ก็มีงานให้ทำต่อเนื่องเช่น ให้เขียนเอสเส 6 weeks มี 3 งาน ตลอดสัปดาห์ก็มีการบ้านทุกวัน นิดๆหน่อยๆ
ตอนเรียนแอบซีเรียสนิดนึงเรื่องงานที่ต้องส่งนี่หล่ะค่ะ.. แต่ก็ผ่านมาได้แบบว่าเหนื่อย 555 (แต่ตอนเรียนจิงหนักกว่านั้นเยอะค่ะ อย่างของหยุย ตอนเรียนภาษาทำเอสเส 500 คำ 700 คำ ก็จะตายแร้ว ตอนมาเรียนจิง ทำ 2500 - 4000 คำ ก็ต้องทำให้ได้ค่ะ)

การสอบวัดระดับ เค้าก็จัดขึ้นจิงจังค่ะ สอบห้องรวมใหญ่ มี 4 parts เหมือนตอนสอบไอเอลเรยค่ะ
คิดว่านักเรียนคณะอื่น สอบวัดระดับภาษาก็จะสอบข้อสอบทั่วไป
แต่ว่านักเรียนกม.นี่ สอบข้อสอบอ่านเปนเรื่องเกี่ยวกับกม. ตอนแรกมันงงไปเรยค่ะ.. ไม่เคยทำมาก่อน ตอนเรียนก็เหมือนเป้นความรุ้ ก็รับไปเรื่อย ไม่ได้คิดอะไร
พูดจิงๆว่า ทำไม่ได้อ่ะ หะหะหะ แต่พอรวมคะแนนออกมา ก็ผ่านค่ะ
มีคะแนน เอสเส 2 ตัว, คะแนนโปรเจก(เอสเสอันใหญ่) 1 ตัว, คะแนน Attend class, คะแนน Presentation, แล้วก็สอบวัดระดับ 4 parts นี้ 100%ค่ะ

คิดว่าการเรียนภาษาไม่น่าจะเกินความสามารถของทุกคนค่ะ.. ตั้งใจเรียน ทำงานส่งให้ทันและทำให้ดี เตรียมสอบ 1week ก็รับมือได้ค่ะ

ตอนเรียนภาษาไม่จำเปนต้องเตรียมอะไรไปค่ะ.. อาจจะมีสมุดจดเล่มนึงก็ได้ แต่จิงๆ ก้ไม่ได้ใช้เรย
อจ.จะแจกชีทให้ทุกครั้งค่ะ และก็มีหนังสือให้สองเล่ม.. เวลาน้อย ไม่ค่อยได้ใช้เรย หะหะหะ (แอบเสียดาย)


3.  เรื่องที่อยู่

หยุยอยู่หอคิง ก็ชอบนะคะ สำหรับช่วงเรียนภาษาหรือเรียนโทวิชาทั่วไป เช่น กม. ไฟแนนซ์ ภาษา เพราว่าอยู่ใกล้ตึกเรียน
เรียนกม.จะเรียนที่ตึก Taylor ซะส่วนใหญ่ค่ะ ห้องสมุดก็อยู่ที่ตึกนี้ ก็จะใกล้..
แต่ว่าถ้าเรียนแพทย์พยาบาลวิทยาศาตร์น่าจะเรียนที่ Forester Hill นะคะ ก็ถ้าจากหอคิง จะมีรถเมล์สายตรงค่ะ เบอร์ 14 มาทุกครึ่งชั่วโมง ใช้เวลา 5-10 นาทีถึง แต่ว่าถ้าเดินไปก็จะประมาณ 45 นาทีค่ะ ก็เรยมีคนแนะนำว่าให้หาบ้านเช่าอยู่จะดีกว่า เลือกเอาโซนนู้น ให้ใกล้ที่เรียนไปเรย เพรว่าน่าจะต้องไปเรียนทุกวันค่ะ (แถวนั้นไม่มีหอพักค่ะ)

หอทั้งหมดก็ต้องจองยาวค่ะ.. คือ ตั้งแต่ sep - aug เค้าให้แค่นี้กันหมด.. ส่วนว่า ส่งดิสเซอร์ sep จะอยู่ต่อหลังสัญญาหมด ก็ได้ค่ะ
แต่ว่าค่าเช่าจะเปนคนละราคา ไม่แน่ใจว่าถูกลงหรือว่าแพงขึ้นค่ะ.. แต่พอรับไหว ไม่ต้องกังวลค่ะ
ส่วนถ้าเปนบ้าน ก็แล้วแต่ค่ะ ว่าจะทำสัญญากันแบบไหน อาจจะทำกันแค่ครึ่งปีก็มี อาจมีสองห้องนอนก็จิง แต่ห้องรับแขกใหญ่ๆ ก็อาจจะให้อีกคนมาเช่าด้วยก็ได้ค่ะ

 
4.  เรื่องเครื่องบิน กะ เวลาที่มาล่วงหน้า้
 
การบินไทยก็ได้นะคะนักเรียนทุน ตอนหยุยมาหยุยนั่ง British Airways ค่ะ ถูกสุด คือ 28,000 แต่ว่าที่นั่งแคบมากกกก คนเยอะมากกกก หายใจติดขัด สิบสามชั่วโมงทรมานมากกก นี่อาจจะเปนเพราว่าได้นั่งตรงกลางด้วยค่ะ.. ถ้าได้นั่งริมทางเดิน น่าจะไม่รุ้สึกอึดอัดมากเท่านี้ค่ะ T^T
(ให้ STA จองให้ค่ะ ทำบัตรนักเรียนด้วย ISIC ก็เรยได้นำ้หนักกะเป๋า 46 โลค่ะ)

หยุยมาล่วงหน้าประมาณ 1 week ค่ะ ก็คืดว่า กำลังสวย.. จิงๆแล้วอะเบอร์ดีนเปนเมืองเล็กๆนะคะ..
ผังเมืองไม่สับสน ไม่จำเปนต้องเซอเวย์นาน อาจมาล่วงหน้าซัก สามสี่วันก็ได้ค่ะ
พอดีก่อนหน้าที่หยุยจะมา มีน้องที่รุ้จักกันเค้ามาแล้วค่ะ ก็เรยได้เค้าเปนไกด์ช่วงต้นสัปดาห์ี นอกนั้นน้องเค้าก็ต้องเรียนภาษาค่ะ ก็จะเหงา ไม่มีไรทำ ...
อาจใช้ช่วงนี้ เที่ยวเมืองก็ได้ค่ะ เพรว่าช่วงสิงหา อากาศกำลังดี แดดออกทุกวันและไม่หนาวมาก
ผู้คนก็ดีค่ะ ชอบมาน้องหมาตัวเล็กๆ มาเดินอึ๊ หะหะหะ


5.  เครื่องสำอาง

หยุยว่าถ้าเป้นคนผิวแพ้ง่าย ก็น่าจะเตรียมยาที่ใช้มาเองจะดีกว่านะคะ..
หยุยเองหาหมอสิวอยู่เหมือนกันค่ะ.. ก็ซื้อมาตุนไว้ยาวเรย.. แต่พอมาจิงแร้วมันเหมือนผิวดีขึ้น ทาน้อยลง
ประกอบกับเป้นพวกชอบลองครีมใหม่ๆ หะหะหะ ที่เตรียมมาก็เลยได้ใช้บ้างไม่ได้ใช้บ้างค่ะ..
แต่พูดไป เครื่องสำอาง ครีมต่างๆ มากมายค่ะ.. ตั้งแต่ระดับธรรมดาจนถึงระดับไฮโซ ก็มีขายหมดค่ะ ลองดูเว็บ Boots ได้ค่ะ
น้ำที่นี่ก็น่าจะดีนะคะ เพราว่าเราก็ดื่มน้ำจากก๊อกนั้นได้เรย ก็ไม่ค่อยจะเห้นใครมีปัญหาค่ะ
แต่ว่ามีน้องคนนึง แพ้น้ำค่ะ คือกลับเมืองไทย ไม่มีสิว แต่พอมาที่นี่ สิวเต็มเรย.. ก็แล้วแต่อ่ะค่ะ
 
6.  ของใช้จำเปน
 
ถ้าซื้อของใช้กันหนาวเตรียมมาได้ก็โอเคค่ะ แต่ก็อย่างที่บอกคือ ที่นี่มีขายทุกอย่างอยู่แร้ว ราคาไม่แพงก็มีค่ะ..
หม้อหุ้งข้าว ควรเอามา
ถุงนอน ไม่ต้องเอามาค่ะ เพรว่าไม่ได้ใช้อ่ะ เวลาไปเที่ยวเมืองอื่น ก็นอน Hostel หรือ BB (Bed and Breakfast)
หมอนหมอนข้าง ไม่ต้องก็ได้ค่ะ.. ซื้อมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ได้ทั้งชุดไม่กี่ปอนเองค่ะ
ชุดไทยไม่ได้ใช้เรยอ่า ถ้าเราใส่คนเดียวมันก็ตลกใช่มั้ยคะ.. งานมหาลัยส่วนใหญ่ก็มีงานแคลี่แดนซ์ คือ เต้นสไตล์สก๊อตอ่ะค่ะ จะใส่ชุดไทยไปก็ดูไม่เหมาะ
เอาเปนกระโปรงสก๊อตสั้นๆ ใส่กับถุงน่องดำ อะไรอย่างงี้ ดีกว่าค่ะ
เพื่อนหยุยอยู่ที่เยอรมันค่ะ เค้าก็ได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ก็แต่งกายกันชุดสากลสุภาพค่ะ
ชุดสูทก็เอามาค่ะ แต่ไม่ได้ใช้เรย.. รองเท้าส้นสูงก็เหมือนกันค่ะ ปกติหยุยใส่เดินที่ไทยทุกวันนะคะ แต่พอมาใส่เดินที่นี่ ไม่รู้เปนอะไรค่ะ ปลายเท้าชาตลอด อาจจะเพราว่าหนาว และส้นจะเจ๊งเร็วมาก เพราว่าพื้นเค้าเปนหินแกรนิต (ก็มาซื้อรองเท้าบู๊ต หรือรองเท้าflat หรือผ้าใบใส่เอาค่ะ สบายดี)
แต่ว่าถ้าเปนไปได้ ก็อยากเอารองเท้ายาง โมโนโบ มาจากไทยเหมือนกันค่ะ ป้องกันน้ำก้ไ้ด้ ใส่สบายด้วย เสียดายไม่ได้เอามาค่ะ

ส่วนหนังซีรีส์ จำเป้นอย่างยิ่งค่ะ.. หยุยเอาโน๊ตบุคมาตัวนึง และก็เอาHard Drive มาอันนึง ก็ไม่ได้เซฟหนังอะไรมาหรอกค่ะ
พอดีว่าโชคดี มาแล้ว เจอน้องคนนึงเค้ามีหนังเยอะ.. ก็เอาไปเซฟหนังจากเค้ามาเก็บไว้ดูค่ะ หะหะหะ
บางเรื่องก็ดูจาก Youtube ได้นะคะ.. แต่ว่า คุณภาพของภาพและเสียง ประกอบกับ ประสิทธิภาพในความเร็วของอินเตอร์เน็ต
ทำให้อารมณ์เสียมากกว่าบันเทิงค่ะ 555


7.  เรื่องแลกเงิน

จิงๆ ค่าเงินถูกก็น่าจะแลกมาเยอะๆค่ะ ตอนหยุยมา 55 ก็ว่าถูกแล้ว ก็เลยแลกมาตอนนั้น 1200 ปอนด์ค่ะ
เอามาเยอะๆ ก็กัวว่าจะอันตรายระหว่างเดินทางด้วยค่ะ แต่จิงๆ ก็ไม่มีอะไรค่ะ
มาถึง ก็ต้องใช้ 500 ปอนด์เปนอย่างตำ่ในการเปิดบัญชีที่ธนาคารค่ะ.. แต่ว่าต้องมีเอกสารจากมหาลัยรับรองว่าเราจะเรียนยาวนานเท่าไหร่
ไปยื่นประกอบให้ธนาคารดูด้วย ก็อาจต้องใช้เวลาซักอาทิตย์สองอาทิตย์กว่าจะได้ account
ถ้างั้น เราก็ต้องแบกเงินสด ติดตัวไว้ตลอด ก็ดูเหมือนไม่สะดวก

ถ้าแลกผ่านทางธนาคาร หยุยว่า มาถึงแล้ว ใช้บัตรเดบิตกดเงินจากธนาคารในไทย
ได้อัตราแลกเปลี่ยนไม่ต่างกันมาก อะไรประมาณนี้ แล้วฝากทันทีเลย ก็น่าจะเปนอีกทางเลือกนึงค่ะ
แต่ถ้าแลกจากสะพานควายหรือ super rich นี่แล้วถูกกว่ากันเยอะ.. ก็แบกเงินสดมาดีกว่าค่ะ ก็แค่ดูแลให้ดีเท่านั้นเองค่ะ

การเปิดบัญชีที่นี่ ไม่มีสมุดบัญชีค่ะ เค้าจะให้บัตรมาหนึ่งใบ เป้นเหมือนสมุดบัญชี เอาไว้เช็คยอดทางตู้เอทีเอ้มได้ กดเงินสดจากตู้ก็ได้
หลังจากนั้น เราก็ควรยื่นขอทำบัตรเดบิตค่ะ.. เอาไว้ใช้เวลาไปซื้อของก็เสียบบัตรจ่ายไป
เหมือนว่าเงินเยอะๆ เราก็ใส่บัตร account แร้วก็โอนเงินทีละเล็กน้อยใส่บัตร debit เพื่อใช้จ่ายตามวาระต่างๆ ค่ะ
ก็สะดวกค่ะ ไม่น่ามีปัญหาอะไร ไม่ใช่บัตรเครดิตก็เลยไม่เกี่ยวกะพวกดอกเบี้ยถ้าใช้เงินวงเิงินที่มี


8. อื่นๆ
 
ก็เอาโลโบ้มาเยอะๆค่ะ หะหะ ผงลาภ ข่าไก่ ต้มยำ แกงเขียวหวาน น้ำพริกเผา ผงพะโล้ (ถ้าเลือกแบบไม่มีผงชูรสได้ก็ดีค่ะ) ฯลฯ
บ๊วย ทาโร่ ขนมที่ชอบ ช้อนส้อมคู่ที่ถนัด ตะเกียบถ้าชอบ ถ้วยเล็กๆ ไว้ใส่น้ำจิ้ม
พริกป่นเผ็ดๆๆๆๆๆ (เอาเมล็ดพริกขี้หนูมาปลูกก็ได้นะคะ) ที่นี่เค้าก็ฮิตขายกระถางที่ปลูกผักไว้แล้ว ให้เอามาปลูกไปเด็ดไปทำอาหารไปค่ะ

จะเห็นว่าเน้นของกินมากเรยค่ะ.. เพราว่าเสื้อผ้าของใช้ซื้อเอาได้ค่ะ แต่พวกนี้บางทีไม่มีขายอ่ะ

ส่วนเรือ่งแผนที่ จิงๆไม่ต้องเตรียมมาก็ได้นะคะ.. แบบว่า ให้เรามาที่พักให้ถูกไรงี้ ก็พอค่ะ
แผนที่มาเอาที่นี่ได้ เค้ามีจุด tourist information ค่ะ ทุกเมืองเรย..
(นี่ซื้อหนังสือคู่มือเที่ยวอังกฤษมา ตั้งสามร้อยกว่าบาท ไม่ค่อยได้อ่านไม่ค่อยได้ใช้เรยค่ะ แบบว่าจะแบกไปไหนด้วย ก็หนักอ่า)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ตอบ  |  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.291 วินาที กับ 19 คำสั่ง