
เมืองอเบอร์ดีน
เมืองแกรนิต เมืองธาตุเงิน เมืองแห่งดอกกุหลาบ และมหานครน้ำมันแห่งยุโรป เมืองอเบอร์ดีนนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตซึ่งทำให้ตัวเมืองดูเป็นสีเทาเงินระยิบระยับเมื่อถูกแสงแดด โดยมีถนนที่มีชื่อเสียงคือ Aberdeen’s Granite Mile เป็นที่ตั้งของร้านค้า ร้านอาหาร และบาร์กว่าแปดร้อยร้าน บรรยากาศในเมืองอเบอร์ดีนนั้นมักจะถูกกล่าวขานว่ามีสีเทาทะมึนของหินแกรนิต แต่ทว่าจุดเด่นอย่างหนึ่งที่ทำให้เมืองนี้กลายเป็นอีกเมืองหนึ่งที่น่าอยู่คือ สวนสาธารณะที่สวยงามมีสีสันตัดกับตึกรามบ้านช่องอย่างลงตัว โดยเมืองอเบอร์ดีนได้ชนะเลิศการประกวดสวนดอกไม้หลายครั้งติดต่อกันมาโดยตลอดเป็นระยะเวลานานมากกว่าสิบปี ยกตัวอย่างเช่นรางวัล Best City ใน งาน Royal Horticultural Society’s Britain in Bloom ของสหราชอาณาจักร รางวัลชนะเลิศในงาน Bloom Competition ของสก็อตแลนด์ และงาน International City in Bloom ทางด้านอุตสาหกรรม นับตั้งแต่ได้มีการขุดพบแหล่งน้ำมันในทะเลเหนือ (North Sea) ในคริสตศตวรรษที่ 20 เมืองอะเบอร์ดีนได้กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของยุโรป หรือที่เรียกกันว่า The Oil Capital of Europe ด้วยเหตุนี้ทำให้อุตสาหกรรมที่ทำรายได้หลักๆของเมืองในสามสิบปีมานี้ คือธุรกิจที่เกี่ยวกับน้ำมัน นอกจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันแล้ว ธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้เช่น ศูนย์อากาศยานเฮลิคอปเตอร์ของเมืองอเบอร์ดีนนั้น[ more...]

เมืองดันดี
เมืองที่มีสัดส่วนนักเรียนต่อประชากรสูงที่สุดในสหราชอาณาจักร – เมืองแห่งการค้นพบ – เมืองที่น่าอยู่ทำงานที่สุดในยุโรป เมืองดันดี เมืองใหญ่เป็นอันดับสี่ของสก็อตแลนด์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับปากแม่น้ำเทย์ที่สวยงามซึ่งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ทำให้สามารถเดินทางไปยังเมืองใหญ่เช่น อเบอร์ดีน เอดินเบอระ และกลาสโกว์ ได้ด้วยเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง จากเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านการค้าปลีกมาเป็นเวลาช้านานตั้งแต่อดีต ในปัจจุบันเมืองดันดีได้กลายมาเป็นเมืองสำคัญทางด้านศิลปะ การศึกษาและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในหลายสาขาโดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเช่นการผลิตซอฟท์แวร์นั้นก็ได้กลายมาเป็นอุตสาหกรรมหลักของเมืองดันดีในปัจจุบัน เมืองดันดีเป็นอีกเมืองหนึ่งที่น่าอยู่อาศัยและศึกษาต่อด้วยตัวเมืองและสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและผู้คนที่เป็นมิตร ด้วยเหตุนี้ทำให้เมืองแห่งนี้มีสัดส่วนนักเรียนต่อประชากรทั้งหมดสูงเป็นอันดับหนึ่งของสหราชอาณาจักร นำมาซึ่งความเป็นเมืองที่สดใสและมีชีวิตชีวาของกิจกรรมยามกลางวันและแสงสีในยามกลางคืน เมืองดันดีได้รับการขนานนามว่าเป็น เมืองแห่งการค้นพบ (The City of Discovery) ผลงานสำคัญที่ได้ถือกำเนิดในเมืองนี้มีมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ยาแอสไพริน แสงไฟฟ้า (electric light) โทรเลขไร้สาย เอ็กซเรย์ และเรดาร์ เมืองดันดีเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยสองแห่งคือ มหาวิทยาลัยดันดี และมหาวิทยาลัยอเบอร์เทย์ ดันดี นอกจากจะเป็นเมืองที่น่าไปศึกษาต่อแล้ว ในปี 2004 เมืองดันดียังได้รับการยกย่องจากนิตยสาร The Scientist ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ทำงานที่สุดในยุโรป (The best place to work in Europe)

เมืองเอดินเบอระ
เมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดเป็นอันดับสองของสหราชอาณาจักร เมืองศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่เป็นอันกับสองของ UK รองจากลอนดอน เมืองที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลก เมืองน่าอยู่สำหรับเด็ก (The Child Friendly City) เอดินเบอระ เมืองหลวงของสก็อตแลนด์ที่สวยงามและคึกคัก เป็นเมืองที่เจริญมากที่สุดเมืองหนึ่งในสหราชอาณาจักร มีศูนย์กลางเมืองตั้งอยู่รอบๆปราสาทเอดินเบอระ เมืองเอดินเบอระนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเทศกาลต่างๆ ตัวอย่างงานสำคัญๆที่ถูกจัดขึ้นในเมืองเอดินเบอระได้แก่ เทศกาลศิลปะนานาชาติ Fringe ภาพยนตร์ วิทยาศาสตร์ งาน Children’s Book เพลง Jazz และเพลง Folk ในช่วงเทศกาลเหล่านี้ โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคมหรือช่วงหน้าร้อนของสหราชอาณาจักร ที่เมืองเอดินเบอระจะมีจัดงานเทศกาลประจำปีที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาที่เมืองนี้เป็นจำนวนมาก จนทำให้เมืองเอดินเบอระติดอันดับเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นอันดับสองของสหราชอาณาจักร รองจากลอนดอน. นอกจากนั้น เมืองเอดินเบอระยังเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า เมืองสำหรับเด็ก (The Child Friendly City) เนื่องจากภายในเมืองมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับเด็กมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์วัยเด็กและเรื่องเล่าเกี่ยวกับมนุษย์ (Museum of Childhood and People’s Story) สวนสัตว์ที่มีศูนย์เพื่อการศึกษาที่เคลื่อนไหวได้จริง (Dynamic Education Centre) โลกแห่งผีเสื้อและแมลง[ more...]

เมืองกลาสโกว์
เมืองที่ใหญ่และคึกคักที่สุดในสก็อตแลนด์ เมืองแห่งวัฒนธรรมของทวีปยุโรป เมืองศูนย์กลางการเงินอันดับสามของ UK เมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นอันดับสามของ UK ศูนย์จัด conference และ event ที่ใหญ่ที่สุดใน UK และ ที่โตเร็วที่สุดในยุโรป (the Europe’s fastest growing conference and event destination) เมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งของ UK (มหาวิทยาลัยกลาสโกว์และมหาวิทยาลัยสแตรธไคลด์) เมืองที่มีสัดส่วนของวิศวกรต่อประชากรสูงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมืองกลาสโกว์นั้นถือเป็นเมืองใหญ่ในสหราชอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองและล้ำหน้ามากที่สุดเมืองหนึ่ง ตั้งแต่ในศตวรรษที่ 16 เมืองกลาสโกว์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากการเป็นเมืองท่าใหญ่ของมหาสมุทรแอตแลนติก จากนั้นในศตวรรษที่ 19 อุตสาหกรรมเหล็ก การต่อเรือ และยานยนต์ได้เติบโตขึ้นจนเป็นผลทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามา ในที่สุด กลาสโกว์กลายเป็นเมืองที่สามของยุโรปที่มีจำนวนประชากรเกินหนึ่งล้านคน รองจากลอนดอนและปารีส และกลายเป็นเมืองสำคัญอันดับสองของสหราชอาณาจักรรองจากลอนดอน ในปัจจุบัน เมืองกลาสโกว์ยังคงความเป็นศูนย์กลางการค้า ขายปลีก วิศวกรรม และอุตสาหกรรมต่อเรือ ของสก็อตแลนด์ นอกจากนั้นทางด้านต่างๆเช่นการเงินการธนาคาร กลาสโกว์เป็นเมืองทางการเงิน (Financial Centre) ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของ UK โดยมี International Financial District[ more...]

เซนต์แอนดรูส์และไฟฟ์์
เขตการปกครองพิเศษในสก็อตแลนด์ ที่ตั้งของเมืองเก่าแก่ที่เป็นถิ่นกำเนิดของกีฬากอล์ฟ คิงดอม ออฟ ไฟฟ์ เป็นเขตการปกครองพิเศษในสก็อตแลนด์ที่ตั้งอยู่ระหว่างฝั่งแม่น้ำเทย์และแม่น้ำฟอร์ท เมืองที่มีชื่อเสียงในคิงดอม ออฟ ไฟฟ์ คือ เมืองเซนต์แอนดรูส์ เมืองเซนต์แอนดรูส์ตั้งอยู่ระหว่างเมืองดันดีและเมืองเอดินเบอระทางตะวันออกของไฟฟ์ มีลักษณะเป็นเมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่เป็นถิ่นกำเนิดของกีฬากอล์ฟ ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมากมายที่เดินทางมาที่เมืองเซนต์แอนดรูส์เพื่อที่จะมาฝึกซ้อมกอล์ฟ หรือมาเรียนกอล์ฟที่ Old Course ซึ่งได้รับการขนานนามว่ามีหลักสูตรกอล์ฟที่ดีที่สุดในโลก เมืองเซนต์แอนดรูส์เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูส์ ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดของสก็อตแลนด์ นับเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่เป็นอันดับสามของสหราชอาณาจักรรองจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและเคมบริดจ์

เมืองสเตอร์ลิง
เมืองหลวงเก่าของสก็อตแลนด์ เมืองที่เป็นจุดเชื่อมระหว่าง Highland และ Lowland เมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านการผลิตโลหะเงิน เมืองอดีตศูนย์กลางการค้าขายของคนในประเทศ (Market Town) เมืองสเตอร์ลิงเป็นเมืองหลวงเก่าของสก็อตแลนด์ซึ่งตั้งอยู่ล้อมรอบปราสาทสเตอร์ลิง พื้นที่นี้เป็นจุดเชื่อมระหว่าง Highland และ Lowland ของสก็อตแลนด์ ทำให้เมืองสเตอร์ลิงในสมัยก่อนนั้นถูกใช้เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าขายของคนในประเทศ และถูกเรียกว่า Market Town โดยมีเกษตรกรรมและการค้าขายปลีกเป็นธุรกิจหลักของคนในเมือง เมืองสเตอร์ลิงเป็นเมืองที่มีการขยายขนาดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการมีอัตราการเกิดของธุรกิจใหม่และอยู่รอดได้สูงมาก โดยเมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลของสก็อตแลนด์ได้มีการลงทุนสร้าง Business Park ที่มีมูลค่าถึง 140 ล้านปอนด์หรือประมาณ 9 พันกว่าล้านบาท โดยภายในประกอบด้วยบริษัทต่างๆ แหล่งช็อปปิ้ง ศูนย์ศิลปะและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมาย นอกจากจำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว จำนวนผู้มาเยือนเมืองสเตอร์ลิงในแต่ละปียังเพิ่มขึ้นมากอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปีที่ผ่านมา และจำนวนนักช็อปที่มาจับจ่ายซื้อของก็เพิ่มขึ้นถึงสามเท่าเลยทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นของเมืองอย่างปราสาทสเตอร์ลิง มีผู้มาเยี่ยมชมถึงปีละ 4 แสนคน ทางด้านอุตสาหกรรม เมืองสเตอร์ลิงมีชื่อเสียงทางด้านการผลิตโลหะเงิน โดยสกุลเงินของสหราชอาณาจักร หรือ ปอนด์สเตอร์ลิง ที่มีการใช้มาจนถึงทุกวันนี้ คือ ชื่อที่ถูกตั้งขึ้นตามโรงกษาปณ์ในเมืองสเตอร์ลิงที่เป็นแห่งแรกในการผลิตเหรียญกษาปณ์โดยใช้โลหะเงิน ด้วยความสวยงามดังกล่าว ทำให้มหาวิทยาลัยสเตอร์ลิง มหาวิทยาลัยแห่งเดียวในเมืองนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยกย่องว่ามีแคมปัสที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
