ค้นหาคำตอบว่าทำไมสก็อตแลนด์จึงเป็นดินแดนในฝันสำหรับการศึกษาต่อ การอยู่อาศัย และการทำงาน
สก็อตแลนด์ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง สำหรับการเรียนต่อ การฝึกงานหรือทำงาน และการอยู่อาศัยทว่า ข้อดีเกี่ยวกับสก็อตแลนด์นั้นกลับถูกละเลยโดยคนไทยทั่วไป แมคดูเคชั่น ในฐานะที่ได้มีโอกาสได้ศึกษาและทำงานในสก็อตแลนด์ ซึ่งเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเรา ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจในประเทศแห่งนี้ และปราถนาที่จะส่งเสริมให้นักเรียนไทยและคนไทยโดยทั่วไปได้รับรู้ข้อดีของสก็อตแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นจุดประสงค์เพื่อการศึกษาต่อ การทำงาน การท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งนักเรียนที่สนใจทำรายงานเกี่ยวกับสก็อตแลนด์
*Eight reasons why you should go to Scotland*
ชาวสก็อตนั้นมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านความเป็นมิตร ทำให้สถานศึกษาที่นี่มีบรรยากาศที่เป็นมิตรกับนักศึกษาต่างชาติเป็นอย่างมาก (www.educationukscotland.org)
1.สถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพการเรียนการสอนที่ดีเยี่ยม :
Watt, Decibel, Rº, Kelvin,
Penicillin, Aspirin, Insulin,
Telephone, Television, Stream Engine,
Economics, Electromagnetism, Geology,
Thermodynamics, Radar, Dolly the Sheep …..
เป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยิ่งที่สก็อตแลนด์ ด้วยประชากรเพียงห้าล้านคน ได้ผลิตผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อโลกมากมายมหาศาล เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่แม้ว่าคนไทยโดยทั่วไปจะรู้จักกับสิ่งประดิษฐ์คิดค้นของชาวสก็อตเป็นอย่างดี แต่กลับไม่รู้เลยว่าผู้สร้างสรรค์ผลงานเหล่านั้นเป็นชาวสก็อต หนำซ้ำข้อมูลหลายๆแห่งยังระบุว่าเขาเหล่านั้นเป็นชาวอังกฤษเสียอีก
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของชาวสก็อตนั้น ส่วนหนึ่งมาจากระบบการศึกษาที่ดีเยี่ยม สก็อตแลนด์เป็นที่ขึ้นชื่อมายาวนานในฐานะที่เป็นแหล่งสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก เป็นผู้นำในด้านปรัชญา สิ่งประดิษฐ์ และวิทยาศาสตร์ของยุโรป การศึกษาเป็นสิ่งที่อยู่คู่ชาวสก็อตมากว่า 500 ปี
สก็อตแลนด์ให้ความสำคัญกับมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ในขณะที่สก็อตแลนด์ก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งที่ 4 (The University of Edinburgh) อังกฤษยังคงมีมหาวิทยาลัยเพียงสองแห่งคือ Oxford และ Cambridge ทั้งที่สก็อตแลนด์มีจำนวนประชากรน้อยกว่าเป็นอย่างมาก
Image: Dolly อัตราส่วนชาวสก็อตที่มีผลงานโด่งดังในด้านปรัชญาและวิทยาศาสตร์ต่อจำนวนประชากรนั้น สูงกว่าอังกฤษอย่างเห็นได้ชัด
สก็อตแลนด์เป็นประเทศแรกในโลกที่ก่อตั้งระบบการศึกษาของรัฐ ที่ภายหลังสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศสนำไปเป็นแม่แบบ(www.educationukscotland.org).
ปัจจุบัน สก็อตแลนด์ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับสามในโลกในด้านศักยภาพการวิจัย โดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม สก็อตแลนด์ผลิตวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์สูงที่สุดรองจากญี่ปุ่น และเมืองกลาสโกว์นั้นมีอัตราส่วนผู้จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยสูงที่สุดในยุโรป
2. ระบบการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการและความถนัดของนักเรียน
เช่นเดียวกับระบบการศึกษาทั่วไปในตะวันตก ระบบการศึกษาของสก็อตแลนด์เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการเรียนการสอนแบบสองทาง ที่เน้นให้นักเรียนค้นคว้า วิจัย ตั้งคำถาม โดยมีอาจารย์เป็นผู้แนะแนวทาง ต่างกับการเรียนการสอนของทางฝั่งเอเชียที่โดยมากนักเรียนจะเป็นผู้รับข้อมูลจากผู้สอนเพียงฝ่ายเดียว ระบบการศึกษาแบบนี้ทำให้ผู้ที่จบออกมามีประสิทธิภาพสูงและได้รับการยอมรับไปทั่วโลก (source: British Council Scotland).
นักเรียนไทยที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาสามารถเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสก็อตแลนด์ได้หลายทาง อาทิ:
1) นักเรียนสามารถสมัครเข้าเรียน 1-year university foundation course แล้วต่อด้วยการเรียนในมหาวิทยาลัยอีกสี่ปี (รวมเป็น 5 ปี) ซึ่งจะใช้เวลาเท่ากันกับระบบอังกฤษที่ใช้เวลาเรียน A-Level เป็นเวลาสองปี และระดับมหาวิทยาลัยสามปี
2) หรือ หลังจากที่เรียน university foundation course นักเรียนสามารถเข้าเรียน College ต่างๆ ซึ่งจะเน้นทางด้านสายวิชาชีพ HNC/HND (Higher National Certificate/ Higher National Diploma)เป็นเวลาหนึ่งหรือสองปี หลังจากจบ นักเรียนสามารถเลือกที่จะสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในชั้นปีที่สองหรือสามได้
การเรียนระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยของสก็อตแลนด์ในปีแรก นักเรียนสามารถเลือกเรียนวิชาได้หลากหลายกว่าในสถาบันการศึกษาของอังกฤษ นักศึกษาสามารถเรียนได้ทั้งวิชาทางวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือศิลปศาสตร์ (และโดยทั่วไป ผลการเรียนในชั้นปีที่หนึ่งจะไม่ถูกนำมาคิดรวมกับเกรดเฉลี่ย) ทั้งนี้เพื่อให้นักศึกษาสามารถค้นหาตัวเองในบรรยากาศการเรียนมหาวิทยาลัยจริง หลังจากนั้นจึงค่อยเลือกสาขาที่ต้องการเรียนอย่างเจาะจง
สำหรับการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรีนั้น ระบบของสก็อตและอังกฤษจะคล้ายกันคือเป็นหลักสูตรหนึ่งปีสำหรับปริญญาโท และสามปีสำหรับปริญญาเอก คุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยในสก็อตแลนด์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป (source: www.educationukscotland.org).
3. สภาพแวดล้อมที่เป็นนานาชาติและสำเนียงภาษาอังกฤษที่ได้รับการยกย่อง
ชาวสก็อตใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก โดยมีสำเนียงแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง เช่นเดียวกับแต่ละเมืองในอังกฤษ ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ ผลการสำรวจของ BBC ในปี 2005 ชาวสหราชอาณาจักรมีความเห็นว่าสำเนียงของชาวสก็อตโดยเฉพาะในเมืองเอดินเบอระนั้นมีความไพเราะและเป็นสำเนียงชั้นสูง และเซอร์ชอน คอนเนอรี่ นักแสดงชาวสก็อต ได้รับการโหวตว่ามีสำเนียงเพราะเป็นอันดับหนึ่ง ในขณะที่สำเนียงกลาสโกว์ที่แม้ว่าจะถูกจัดอันดับว่าเป็นสำเนียงที่ไม่ค่อยเพราะนัก ก็ยังได้รับการจัดอันดับว่าดีกว่าสำเนียงพูดของเมืองลิเวอร์พูลและเบอร์มิงแฮม สก็อตแลนด์เป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติที่มีกิจกรรมต่างๆมากมายตลอดทั้งปี จึงเป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมสำหรับน้องๆที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษและสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต
4. นักเรียนไทยจำนวนน้อย
เนื่องจากสก็อตแลนด์ยังไม่เป็นที่รู้จักของคนไทยอย่างดีพอ จึงยังมีนักเรียนไทยมาเรียนที่นี่จำนวนไม่มากนัก นับเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมสำหรับนักเรียนที่จะได้พัฒนาภาษาอังกฤษ และได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางชาวตะวันตกอย่างแท้จริง
5. ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเงินอันดับต้นๆของยุโรป
สก็อตแลนด์มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรมานับร้อยๆปี โดยเอดินเบอระนั้นเป็นศูนย์กลางการเงินและการท่องเที่ยวหลักแห่งหนึ่งของยุโรปและสำคัญรองจากลอนดอน เป็นที่น่าสนใจว่า ธนาคารที่สำคัญที่สุดสามแห่งของสหราชอาณาจักรคือ HSBC (ธนาคารใหญ่ที่สุดในยุโรป) RBS (ธนาคารใหญ่อันดับสองของยุโรป) และแม้แต่ธนาคารกลางอังกฤษ ล้วนแต่ก่อตั้งขึ้นโดยชาวสก็อต ส่วนกลาสโกว์นั้นนอกจากจะเป็นเมืองท่องเที่ยวและการเงินที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ยังเป็นเมืองอุตสาหกรรมหลักของสก็อตแลนด์ ซึ่งในยุคปฎิวัติอุตสาหกรรมถือว่าเป็นเมืองสำคัญอันดับสองรองจากลอนดอน (เจมส์ วัตต์ เริ่มต้นพัฒนาเครื่องจักรไอน้ำที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว์) ส่วนอาเบอร์ดีนเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของสก็อตแลนด์ และได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงของอุตสาหกรรมน้ำมันของยุโรป โดยเป็นจุดเชื่อมต่อกับแหล่งน้ำมันทะเลเหนือ
6. ดินแดนที่น่าอยู่
ชาวสก็อตได้รับการกล่าวขานว่ามีความเป็นมิตรและอบอุ่น เมืองในสก็อตแลนด์ก็มีความโดดเด่นแตกต่างกันไป เหมาะกับความชอบทุกรูปแบบ ทั้งเอดินเบอระหรือกลาสโกว์ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามตระการตา บรรยากาศตื่นตาตื่นใจ มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากเป็นอันดับสองและสามรองจากลอนดอน หรือเมืองประวัติศาสตร์อันน่าภูมิใจที่มีบรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบและธรรมชาติสวยงามอย่างเซนท์แอนดรูส์หรือสเตอลิง (แคมปัสของมหาวิทยาลัยสเตอลิงได้รับการยกย่องอย่างมากในด้านความสวยงาม) ในขณะที่เมืองขนาดกลางอย่างอาเบอร์ดีนและดันดีมีการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและบรรยากาศคึกคักได้อย่างลงตัว
7. ค่าครองชีพไม่สูงจนเกินไป
อัตราค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพในสก็อตแลนด์โดยเฉลี่ยจะต่ำกว่าส่วนอื่นๆของสหราชอาณาจักรเล็กน้อย ซึ่งมีความแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง เช่นเมืองเอดินเบอระนั้นนับว่ามีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้นๆในสหราชอาณาจักร
8. โอกาสในการทำงานหรือฝึกงานหลังจบการศึกษา
รัฐบาลท้องถิ่นของสก็อตแลนด์ส่งเสริมให้นักเรียนต่างชาติได้มีโอกาสทำงานหลังจบการศึกษาในสก็อตแลนด์ เพื่อพัฒนาทักษะความสามารถและสร้างเสริมประสบการณ์ และได้ผลักดันให้มีการออกวีซ่า Fresh Talent: Working in Scotland Scheme ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาในสก็อตแลนด์สามารถทำงานในสก็อตแลนด์ได้สองปีหลังจบการศึกษา ทั้งนี้ ในการสมัครวีซ่าดังกล่าว ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องได้รับการตอบรับเข้าทำงานแต่อย่างใด น้องๆสามารถปรึกษาพี่ๆที่มีประสบการณ์ทำงานโดย Fresh Talent Visa ได้ที่แมคดูเคชั่น อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Fresh Talent Visa